8 จุดชมวิวทะเลหมอกหน้าฝน วิวอลังการดาวล้านดวง

ทะเลหมอกหน้าฝนในเมืองไทย มองเห็นทะเลหมอก สีขาวโพลน ล่องลอยแทรกตัวกลางหุบเขา ท่ามกลางธรรมชาติที่เขียวขจี เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวหน้าฝนที่คุณไม่ควรพลาด

         

ช่วงฤดูฝนที่ฝนตกโปรยปรายแบบนี้ ทำให้หลายคนไม่อยากออกไปเที่ยวนอกบ้าน

แต่นี่กลับเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าช่วงเวลากรีนซี่ซั่น (Green Season)

ทางการท่องเที่ยวได้มาถึงแล้ว "ทะเลหมอกหน้าฝน" ดูจะเป็นอีกหนึ่งความงดงามของธรรมชาติที่ไม่แพ้ทะเลหมอกหน้าหนาวเลยทีเดียว และเมื่อมองให้ดี ๆ จะรู้เลยแตกต่างกันอย่างชัดเจน วันนี้เราเลยอยากแนะนำจุดชมวิวทะเลหมอกหน้าฝน มาให้เพื่อน ๆ ได้ไปซึมซับบรรยากาศ ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียวขจี แค่นึกก็ทำเอาหัวใจเต้นรัวไม่หยุดแล้ว

1. จุดชมวิวม่อนสน จังหวัดเชียงใหม่

  จุดชมวิวม่อนสน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่

บรรยากาศที่จุดชมวิวม่อนสนในช่วงหน้าฝนจัดได้ว่าแจ่มไม่แพ้หน้าหนาว

ยิ่งถ้าเป็นช่วงหลังฝนตกใหม่ ๆ จะเห็นทะเลหมอกสุดลูกหูลูกตา

ลอยผ่านตัวไปเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีจุดไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้นอนกางเต็นท์

เพื่อที่ว่าเมื่อตื่นนอนตอนเช้า คุณจะได้ชื่นชมกับทะเลหมอกสวย ๆ

ตรงเบื้องหน้า พร้อมวิว 360 องศา ชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า

และไม่แน่นะว่าอาจมีเช้าวันไหนสักวัน

ที่คุณถูกปลุกให้ตื้นขึ้นมาด้วยละอองไอหมอกมาที่ลอยมาเคาะประตูถึงหน้า

เต็นท์เลยทีเดียว แค่นึกก็ฟินระดับสิบแล้ว

          Tips : ข้าง

บนจุดชมวิวมีลานกางเต็นท์

เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลงหลักปักหมุดดูทะเลหมอกแบบใกล้ชิด

พร้อมให้นักท่องเที่ยวเช่าเต็นท์และเครื่องนอนได้เลย

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก โทร. 053

453 517, 0844 834 689

2. จุดชมวิวเสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Noongning Chanpen

ที่นี่ถือได้ว่าเป็นจุดแห่งใหม่ของจังหวัดพังงา

ว่ากันว่าบรรยากาศวิวระดับหลักล้านเลยก็ว่าได้

ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศของท้องฟ้ายามค่ำและพระ

อาทิตย์ขึ้นในยามเช้า รวมถึงสุดยอดวิวที่สวยงามของอ่าวพังงา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน คุณจะเห็นร่องรอยของละอองหมอกจาง ๆ

ที่พยายามเคล้าคลอเคลียกับภูเขาหินปูนหลากหลายรูปทรงอยู่กลางทะเล

เป็นความสวยงามที่ชวนให้ดูแปลกตา

ราวกับว่าเหมือนได้เห็นสรวงสวรรค์ปรากฏลอยอยู่ตรงหน้าก็ไม่ปาน

จนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียลเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมานี้เอง

จนทำให้มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย

อยากที่จะเดินทางไปพบกับสวยงามที่นั่น

          Tips :

นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์นอนบนจุดชมวิวเสม็ดนางชีได้

โดยสามารถติดต่อได้ที่ บังหนี โทร. 062 208 1390 

ใครนำเต็นท์มาเองเสียค่าบริการ 130 บาท (พร้อมอาหารเช้า) เต็นท์มีหลายขนาด

ขนาดเล็ก 2 คน ราคา 400 บาท, ขนาดกลาง 4-6 คน ราคา 800 บาท และขนาดใหญ่

8-10 คน ราคา 1,000 บาท ทั้งหมดรวมอาหารเช้า

3. จุดชมวิวบ้านจ่าโบ่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก CBT BAAN JABO การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่

         

หนึ่งในบรรดาจุดชมวิวทะเลหมอกช่วงหน้าฝนที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด

ใครที่เดินทางที่ยังจุดชมวิวทะเลหมอกแห่งนี้

รับรองได้ว่าคุณจะได้ซึมซับทุกอณูความเขียวขจีของธรรมชาติ

ภาพของสายหมอกสีขาว ที่ลอยละมุนอ้อยอิ่งเคล้าภูเขาลูกนั้นทีลูกโน้นที

ราวกับว่าเป็นดินแดนในฝัน ที่ใครได้มาแล้วจะตกหลุมรักที่นี่อย่างง่ายดาย

ซึ่งนอกจกจุดชมวิวที่เหมือนจะเป็นไฮไลท์เด็ดแล้ว

ที่นี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชุมชนบ้านจ่าโบ

ที่จะเปิดประสบการณ์นักท่องเที่ยวให้ได้เรียนรู้และสัมผัสเสน่ห์ความน่ารัก

ของชาวบ้าน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่าย

คล้ายกับว่าเป็นด้านตรงข้ามกับวิถีชีวิตในเมืองใหญ่

          Tips :

ถ้าอยากจะเข้าไปสัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมความเรียบง่ายของชุมชนบ้านจ่าโบ่

ให้มากขึ้น แนะนำให้คุณลองไปกิน ไปอยู่

ไปนอนกับชาวบ้านในรูปแบบบ้านพักโฮมสเตย์ สามารถดูรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ "ไปเที่ยวบ้านจ่าโบ่ แม่ฮ่องสอน ยลเสน่ห์ความเรียบง่ายที่ไม่เหมือนใคร"

4. ขุนเขาบ้านรักไทย จังหวัดพิษณุโลก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Darin Elle

          ตั้งอยู่ภายในเขตตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง

จังหวัดพิษณุโลก

จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเที่ยวที่นี่

คือการเข้าพักโฮมสเตย์ของชาวบ้าน ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติหลากหลาย

ทั้งพรรณไม้งดงาม ที่โอบล้อมด้วยสวนผลไม้

พลาดไม่ได้กับจุดชมวิวที่มีลักษณะเป็นทางเดินระเบียงสูง

ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ไกลแบบสุดลูกหูลูกตา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหน้าฝน

คุณจะมองเห็นภาพทะเลหมอกจำนวนมากที่เคลื่อนผ่านและแทรกกลางภูเขาน้อยใหญ่

สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

รวมถึงเก็บภาพบรรยากาศความสวยงามของตะวันตกดินอีกด้วย

          Tips :

ถ้าอยากจะดื่มด่ำบรรยากาศทะเลหมอกหน้าฝนที่นั่นให้มาก ๆ

เราแนะนำให้คุณลองนอนค้างคืนโฮมสเตย์ของชาวบ้าน

ซึ่งแต่ละหลังบอกเลยว่าจะมีวิวส่วนตัวสวยไม่เหมือนกัน พูดง่าย ๆ

คือทำให้ภาพที่เราถ่ายออกมาได้เรื่องราวที่มีความหมายต่างกันไปนั่นเอง

5. จุดชมวิววัดกองเนียม จังหวัดเพชรบูรณ์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Opol Ampornsin

         

เขาค้อเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาชมทะเลหมอกได้เกือบช่วง

หน้าฝนและหน้าหนาว อีกหนึ่งจุดชมวิวเขาค้อที่อยากแนะนำ "จุดชมวิววัดกองเนียม"

ซึ่งเป็นวัดเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ทางขึ้นพระตำหนักเขาค้อ

ตรงบริเวณจุดชมวิวคุณจะมองเห็นทัศนียภาพของหมู่บ้านและหุบเขา

สลับกับสายหมอกหน้าฝนบาง ๆ ในยามเช้า โดยมีต้นค้อสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน

พร้อมดวงอาทิตย์สีส้มกลมโตดวงใหญ่สวยงาม

ทะเลหมอกที่วัดกองเนียมพบได้บ่อยในช่วงปลายฝนต้นหนาว

ในวันที่ไม่มีกระแสลมโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน

จะเป็นช่วงที่มีทะเลหมอกมาให้คุณได้ชมแบบแน่น ๆ ฟู ๆ

          Tips :

ถ้าอยากที่จะมองให้ทันเห็นวิวทะเลหมอกสวย ๆ ต้องมาช่วงระหว่างเวลา

05.00-06.00 น. ว่ากันว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่สวยที่สุดในการดูทะเลหมอก

ก่อนที่สายหมอกจะค่อย ๆ สลายตัวไป

6. จุดชมวิวเขากระโจม จังหวัดราชบุรี

   ตั้งอยู่ในอำเภอสวนผึ้ง

ด้วยเพราะลักษณะของภูเขาที่มีรูปร่างคล้ายกับกระโจมอินเดียนแดง

จึงเป็นที่มาของชื่อเขากระโจมมาถึงทุกวันนี้

ด้วยเพราะเขากระโจมเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของยอดเขาตะนาวศรี

ทำให้บริเวณด้านบนมีจุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

แต่ถ้าจะให้ดีควรไปช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม เพราะจะมีทะเลหมอกสีขาวตระการตา

ได้สัมผัสกับอากาศเย็น ๆ ชื่นใจ ท่ามกลางธรรมชาติที่เขียวขจี

นอกจากนี้ทางด้านบนจุดชมวิวยังมีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้นอนกางเต็นท์

(ซึ่งต้องเตรียมไปเอง) ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นอนดูดาวสวย ๆ เต็มท้องฟ้า

พร้อมกับต้อนรับรุ่งอรุณแสงอาทิตย์ตอนเช้า และโบมือลาในตอนเย็น

          Tips : ถ้า

อยากจะไปเที่ยวเขากระโจมให้สนุก แนะนำให้หาเพื่อนไป

เพราะคุณจะได้หาเพื่อนร่วมทางที่ไว้แชร์ค่าใช้จ่ายในการเหมารถของเจ้า

หน้าที่หรือชาวบ้านขึ้นไป เพราะเส้นทางที่ขึ้นค่อนข้างขรุขระและลำบาก

ต้องใช้ผู้ชำนาญในการขับรถเป็นอย่างมาก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี

โทรศัพท์ 0 3247 1005

7. จุดชมวิวตะเพินคี่ จังหวัดสุพรรณบุรี

         

ตั้งอยู่ภายในหน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 3 ในอุทยานแห่งชาติพุเตย

จังหวัดสุพรรณบุรี

ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และสวยงาม

ช่วงเวลาท่องเที่ยวที่แนะนำคือช่วงปลายฝนต้นหนาว

ตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคมของทุกปี

ใครลองได้ขึ้นมายังจุดชมวิวตะเพินคี่แห่งนี้คุณจะมองเห็นทัศนียภาพของภูเขา

ที่สลับซับซ้อน ในยามเช้าแน่นอนว่าคุณก็จะได้เห็นทะเลหมอกลอยนิ่งเอื่อย

อีกทั้งอากาศก็ยังเย็นกำลังดี โดยเฉพาะในยามเช้าและยามค่ำ

และหากใครต้องการนอนกางเต็นท์บริเวณจุดชมวิวตะเพินคี่ก็ได้จัดลานกางเต็นท์

ไว้ให้

นักท่องเที่ยวจะนำเต็นท์มาเองหรือจะเช่าเต็นท์ของเจ้าหน้าที่ก็ได้เช่นกัน

          Tips :

หากนักท่องเที่ยวคนไหนสนใจที่จะไปนอนกางเต็นท์ช่วงหน้าฝน

การเดินทางเข้าไปควรใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น

หรือใครสนใจจะเดินเท้าก็ควรฟิตร่างกายมาให้พร้อม เพราะระยะทางค่อนข้างไกล

เพราะอาจจะต้องปีนขึ้นที่สูงหลายจุดด้วยกัน ดั้งนั้นรองเท้าต้องพร้อม

คนก็ต้องฟิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติพุเตย โทร. 035

446 237, 081 934 2240, 081 287 7248

8. จุดชมวิวเขาหลวง จังหวัดสุโขทัย

ภาพจาก gopfaster / shutterstock.com

          เขาหลวง ตั้งอยู่อำเภอคีรีมาส

ในเขตอุทยานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจะต้องเดินไต่ระดับความสูงบนยอดเขาที่ค่อนข้างสูงชัน

เป็นระยะทาง 3 กิโลเมตรกว่า ๆ ไปที่ระดับความสูงกว่า 1,200 เมตร

ไม่ต้องห่วง เพราะตลอดระยะทางมีจุดให้พักเหนื่อยอยู่หลายจุด

แต่เมื่อเทียบกับความสวยงามของวิวข้างบนแล้ว

รับรองว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย ภาพที่คุณจะได้เห็น

คือภาพทะเลหมอกของยอดเขาหลวง ที่ต้องบอกว่าวิวสวยมากถึงมากที่สุด

เหมาะที่จะตื่นแต่เช้ามารอดูพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดนี้

ว่ากันว่าอยากจะดูทะเลหมอกที่เขาหลวงให้ฟิน ต้องมาช่วงหน้าฝน

ทะเลหมอกสีขาวที่จับตัวกันเป็นก้อนคล้ายกับสำลี

เป็นความสวยงามที่มีเอกลักษณ์ และสัมผัสได้ที่เขาหลวงได้ที่เดียว

          Tips : 

แม้ว่าระยะทางที่เดินขึ้นจะไม่ไกลเพียงแค่ 3 กิโมเมตรกว่า ๆ

แต่ทางขึ้นค่อนข้างมีความโหดอยู่ไม่น้อย โดยเฉลี่ยใช้เวลาเดินประมาณ 3-5

ชั่วโมง ควรพกน้ำดื่มคนละ 1 ขวดติดตัวไปด้วย

อีกทั้งข้างบนยังมีลานกางเต็นท์ ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นอาหารแห้ง

(ทางที่ดีเตรียมไปเองจะดีที่สุด) มีลูกหาบบริการ

แต่ควรติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่อุทยานไว้ล่วงหน้า

(สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาหลวง โทร. 055 910 000-1

หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย โทร. 055 616 228-9

         

ต่อไปนี้การเดินทางไปชมความสวยงามของทะเลหมอกไม่ใช่ทำได้แต่เพียงช่วงหน้า

หนาวเท่านั้น หากแต่ทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนก็สวยงามไม่ได้แตกต่างกันแม้แต่น้อย

อยู่ที่ว่าคุณจะมองเห็นและให้คุณค่าความสวยงามที่อยู่ตรงหน้าคุณได้มากน้อย

แค่ไหน ฤดูฝนแบบนี้ลองเดินทางตามหาทะเลหมอกดูสักที่

เราคุณจะรู้เลยว่าธรรมชาติช่วงหน้าฝนให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด ^ ^

          หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2559

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ททท, เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท., เฟซบุ๊ก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี, เฟซบุ๊ก Noongning Chanpen, เฟซบุ๊ก CBT BAAN JABO การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่, เฟซบุ๊ก Darin Elle, เฟซบุ๊ก Opol Ampornsin, เฟซบุ๊ก วัดกองเนียม เพชรบูรณ์



บทความแนะนำ