เมืองมะริดในเมียนมา แหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก

 ณ ช่วงเวลาหนึ่งที่ "สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา" ถูกซ่อนเร้นจากโลกภายนอก คล้ายเป็นดินแดนเร้นลับที่ปรากฏเพียงเรื่องเล่าที่เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ไทยมาทุกยุคทุกสมัย มาในวันนี้ "เมียนมา" ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศจุดหมายปลายทางที่เนื้อหอมแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองท่าชายฝั่งทะเลอันดามันอย่าง "เมืองมะริด"

 "เมืองมะริด" มีดีตรงไหน ?

          "เมืองมะริด" เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันของเมียนมา หลังจากที่เมียนมาเปิดประเทศมีผลทำให้เมืองมะริดได้รับการพัฒนา และกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก เพราะมีปัจจัยดึงดูดหลายอย่าง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวอันซีน ซึ่งรอการเปิดบริสุทธิ์จากผู้มาเยือนอย่างเร่งวันเร่งคืน

          ก้าวย่างเข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองที่ท้องทะเลของเมียนมา กลายเป็นหมู่เกาะในฝันแห่งอันดามัน ที่นักท่องเที่ยวต้องการแวะเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "หมู่เกาะมะริด" หมู่เกาะแสนสวยแห่งนี้ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 800 เกาะ "หมู่เกาะมะริด" จึงกลายเป็นที่หมายใหม่ของบรรดานักดำน้ำ ที่ยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแลกเปลี่ยนกับการทำความรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลต่างเส้นแดน การล่องเรือสู่ "หมู่เกาะมะริด" ที่ถึงแม้ว่าจะใกล้ทะเลไทยฟากฝั่งทะเลอันดามัน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมเพื่อการเดินทางข้ามไปยังเกาะอยู่พอสมควร แต่เมื่อถึงที่หมายรับประกันได้ว่านักท่องเที่ยวจะต้องชื่นชมในความสวยงามของธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ ราวกับตัวเองเป็นผู้ค้นพบดินแดนใหม่ที่แทบไม่พบรอยเท้าของนักเดินทางอยู่บนผืนทรายขาวละเอียดและสงบเงียบบนเกาะใดเกาะหนึ่งที่นั่น

        ภาพจาก เฟซบุ๊ก grandandamantravel

          เกาะหัวใจมรกต (Cock?s Comb Island) 

          ไฮไลท์เด็ดที่พลาดไม่ได้สำหรับการมาเยือน "หมู่เกาะมะริด" นั่นคือการนำตัวเองเข้าไปอยู่ใจกลางหัวใจสีเขียวมรกตของ  "เกาะค๊อกคอม" (Cock?s Comb) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพชรเม็ดงามของเมียนมาที่เพิ่งเผยโฉมได้ไม่นาน เมื่อมองลงมาจากด้านบนจะเห็นว่ามีรูปร่างคล้ายรูปหัวใจ ลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีชายหาด มีช่องว่างตรงกลางเกาะ มีช่องเล็ก ๆ ให้น้ำทะเลเข้าไปได้ น้ำทะเลที่ใสแจ๋ว ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เกาะหัวใจมรกต" นักท่องเที่ยวจะพบกับความตื่นเต้นตั้งแต่นำตัวเองลงสู่ท้องทะเล โดยนักท่องเที่ยวจะต้องว่ายผ่านช่องเล็ก ๆ เพื่อเข้าไปในปากปล่องรูปหัวใจ ไม่นานคุณจะได้พบกับอีกหนึ่งความสวยงามของท้องทะเลที่ใสราวกับคริสตัล ที่โอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูนสูงชัน

          เกาะโดม (Dome Island)

          ชายหาดที่วางตัวทอดยาวขนานไปกับน้ำทะเล งดงามด้วยผืนทรายขาวนวล และน้ำตกที่ไหลรินอันสวยงามที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่เกาะมะริด ซึ่งนอกเหนือจากความงดงามทางธรรมชาติแล้ว ที่เกาะโดมยังเปี่ยมด้วยวิถีชีวิตชาวเกาะที่เรียบง่ายและเป็นกันเอง และพร้อมเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวเสมอ

          อุทยานแห่งชาติเกาะลัมปี (Lampi National Park)

ภาพจาก myanmarscubadiving.org

          ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2539 เป็นอุทยานแห่งแรกของเมียนมา มีพื้นที่กว้างกว่า 120,000 ไร่ สิ่งที่น่าสนใจของอุทยานแห่งนี้คือ ความสวยงามของทิวทัศน์โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำหินปูน หินงอกหินย้อย บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ วิวทะเล และหาดทรายขาวที่ทอดตัวยาวกว่าหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งคู่ขนานไปกับแนวปะการัง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รับรู้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติของเกาะลัมปี ที่สมบูรณ์ไปด้วยผืนป่าและสัตว์ป่านานาพันธุ์อย่างยากจะหาที่ไหนบนโลก

        115 Island

ภาพจาก myanmarscubadiving.org

          เกาะ 115 ตั้งอยู่ที่ Frost Island เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการังหลากหลายสีสัน และสัตว์น้ำนานาชนิด นักท่องเที่ยวสามารถน้ำดำเพื่อชมความสวยงามของปะการังน้ำตื้น พายเรือคายัก รวมถึงเดินเที่ยวชมความสวยงามรอบเกาะได้ตามอัธยาศัย

          Nyaung Wee Island

          เกาะที่มีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์อีกแห่งหนึ่งในบรรดาหมู่เกาะมะริด โดยเฉพาะกับชาวมอแกนที่อาศัยอยู่ที่นั่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพประมงแบบดั้งเดิม ซึ่งน้อยครั้งที่เราจะพบเจอกับวิถีชีวิตพื้นเมืองแบบนี้ได้ง่าย ๆ

          Myauk Ni Island

ภาพจาก myanmarscubadiving.org

          เกาะที่คุณจะมีโอกาสแลกเปลี่ยนพูดคุยกับชาวบ้านท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่ ที่นี่พวกเขาจะเห็นคุณเป็นเหมือนกับชาวประมงทั่วไปที่เดินทางมาอาศัยน้ำดื่มและอาหารจากพวกเขา และเพราะว่าเขาไม่ได้มองเห็นคุณเป็นนักท่องเที่ยว คุณจึงไม่ต้องตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ชาวบ้านมักยัดเยียดให้คุณซื้อสินค้าเหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในโลก

 วิถีชีวิตแบบมอแกน

          นอกเหนือจากความงดงามทางธรรมชาติทั้งหมดแล้ว ชาวมอแกนยังช่วยเพิ่มสีสันให้การมาเที่ยวเกาะมะริดน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจวิถีชีวิตประมงของชาวมอแกน ที่ทำให้เห็นว่ามนุษย์และธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เราจะพบเห็นชาวบ้านช่วยกันลากอวนอยู่แถวชายหาด ซึ่งนั่นเป็นวิถีชีวิตประมงแบบดั้งเดิม และเพราะด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติใต้ท้องทะเลเกาะมะริดที่มีอยู่มากมาย จึงทำให้ที่นี่เป็นแหล่งสร้างงานและอาชีพให้กับชาวบ้านมอแกนมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ และสืบทอดภูมิปัญญามาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

 การเดินทาง

          นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยัง "หมู่เกาะมะริด" แบบไปเช้า-เย็นกลับ โดยออกทางจังหวัดระนอง สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ต้องมีพาสปอร์ต ใช้แค่บัตรประชาชนเท่านั้น และโดยสารเรือจากท่าเรือใกล้กับปากน้ำระนอง

 ช่วงเวลาเหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

          เนื่องจาก "หมู่เกาะมะริด" เป็นทะเลที่อยู่ฝั่งอันดามัน เพราะฉะนั้นเวลาแห่งการเปิดเกาะคือ 1 ตุลาคม-31 พฤษภาคมของทุกปี แต่เตือนว่าอย่าไปจองเอาช่วงใกล้ ๆ เปิดเกาะ เพราะทางเมียนมาเองก็มีการจำกัดเรือที่จะเข้ามาเที่ยวบริเวณดังกล่าว ดังนั้นถ้าใครอยากไปสัมผัสความงามของท้องทะเลเมียนมาต้องรีบจองตั้งแต่เนิ่น ๆ

          "เมืองมะริด" จึงถือเป็นจุดหมายใหม่ของการเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความอุดมสมบูรณ์ใต้ท้องทะเลเมียนมาที่ควรหาโอกาสไปเยือนสักครั้ง เพราะเส้นทางนี้กำลังเป็นจุดหมายปลายทางในฝัน แถมยังอยู่ใกล้เราอีกต่างหาก ว่างเมื่อไรลองแวะไปทักทายเพื่อนบ้านกันดู ถือเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมรับฤดูท่องเที่ยวฝั่งอันดามันที่กำลังมาถึงนี้



บทความแนะนำ